| กะทิจากการทดลอง |
1. ช่วงแรกของการทดลอง นำขุยมะพร้าวมาทำการคั้น โดยได้มา 3 ลักษณะ คือ หัวกะทิ กลางกะทิ และหางกะทิ และนำมาเปรียบเทียบกับกะทิที่ซื้อมาจากท้องตลาด 3 ยี่ห้อ ได้แก่ ชาวเกาะ อร่อยดี และชาวเกาะ
ลักษณะที่ต่างกันได้แก่
สี - สีของกะทิสำเร็จรูปจะมีสีขาวคล้ายกับสีทาบ้าน ในขณะที่กะทิซึ่งได้จากการคั้นมือจะมีสีขาวขุ่น (ตามภาพ)
รสชาติ - กะทิที่ได้จากการคั้นเองจะมีความมันและมีรสชาติมะพร้าวลดลงตามลำดับความเข้มข้น ส่วนกะทิสำเร็จรูป แม้ทุกแบรนด์จะบอกว่ามาจากกะทิสด 100% แต่กลับมีรสชาติที่ต่างกัน โดยชาวเกาะจะเป็นยี่ห้อเดียวที่มีความรู้สึกเป็นมะพร้าวเพิ่มเข้ามา แต่ถึงกระนั้นก็ยังแตกต่างจากกะทิที่คั้นเอง
กลิ่น - กะทิทั้งสำเร็จรูปหรือคั้นเองจะมีกลิ่นหอมมะพร้าวออกมาเล็กน้อย
2. ทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง พบว่า กะทิคั้นเองมีการแยกชั้น ระหว่างชั้นของกะทิกับน้ำมันอย่างชัดเจน ในขณะที่กะทิสำเร็จรูปยังอยู่รวมเป็นชั้นเดียวกัน
จากข้อมูลสองส่วนที่ผ่านมาตรงกันกับ หนังสือแกงไทย หน้า 31 เขียนโดยคุณ ญดา ศรีเงินยวง ซึ่งกล่าวถึงเรื่องกะทิ UHT ไว้ว่า "...กะทิกล่องแบบยูเอชที เป็นกะทิสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน กะทิชนิดนี้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อความความร้อน 135 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1-2 วินาที ทำให้กะทิยูเอชทีเก็บในอุณหภูมิห้องได้เป็นเวลานาน แต่ความร้อนระดับดังกล่าวทำให้กลิ่นและรสของกะทิเปลี่ยนแปลงไป กลิ่นกะทิยูเอชทีจะไม่หอมเหมือนกะทิสดและมีการผสมสารอีมัลซไฟเออร์ คือ สารเคมีที่ทำหน้าที่ผสานน้ำกับน้ำมันไม่ให้แตกตัวออกจากกัน เพื่อป้องกันกะทิแตกมันขณะผ่านการฆ่าเชื้อ การนำกะทิกล่องมาปรุงแกงนั้นจึงได้แกงที่มีกลิ่นรสแตกต่างออกไป อีกทั้งการเคี่ยวกะกทิกล่องให้แตกมันใช้เวลานานกว่ากะทิสดหรือกะทิพาสเจอร์ไรซ์มาก กะทิยูเอชที 1 ลิตร ใช้เวลาเคี่ยวบนไฟกลางนานราว 1 ชั่วโมง..."
3. ทิ้งไว้ 1 วัน พบว่า กะทิสำเร็จรูปเริ่มแยกชั้นเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งต่างกันคือ เราจะไม่พบแมลงหวี่มาบินเหนือกะทิสำเร็จรูป ในขณะที่ กะทิคั้นสด แม้จะใช้ m-rap ห่อด้านบนก็ยังพบแมลหวี่ได้เช่นกัน
สุดท้ายนี้ การทดลองนี้ทำให้พบตระหนักถึงความสำคัญของกะทิสดได้อย่างจริงจัง และผมมั่นใจเลยว่านับจากนี้หากจะมีการปรุงอาหาร กะทิคั้นสด จะต้องเป็นตัวเลือกแรกของผมอย่างแน่นอน